หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดที่มาพร้อมการประกาศ FINAL FANTASY VII REVELATION ไม่ใช่แค่เนื้อเรื่องหรือระบบเกมเพลย์ใหม่ แต่คือกลยุทธ์การวางจำหน่ายที่ Square Enix ยืนยันชัดเจนว่าเกมจะวางจำหน่ายพร้อมกันในวันแรกบนทุกแพลตฟอร์มหลัก ปิดตำนานยุคเอ็กซ์คลูซีฟของไตรภาครีเมคที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2020
ย้อนดูยุคเอ็กซ์คลูซีฟของไตรภาครีเมค
FINAL FANTASY VII REMAKE วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2020 แบบเอ็กซ์คลูซีฟบน PlayStation 4 ก่อนจะมีเวอร์ชัน INTERGRADE บน PS5 และพอร์ตไปพีซีในภายหลัง ส่วน REBIRTH ก็เดินตามรอยเดียวกัน วางจำหน่ายเอ็กซ์คลูซีฟบน PS5 ก่อนพอร์ตไปพีซีในอีกหลายเดือนถัดมา ทำให้ผู้เล่นที่ไม่มีเครื่อง PlayStation ต้องรอคอยนานพอสมควรกว่าจะได้สัมผัสเกม
REVELATION เปลี่ยนเกม เปิดกว้างทุกแพลตฟอร์มตั้งแต่วันแรก
Square Enix ประกาศชัดเจนว่า REVELATION จะวางจำหน่ายพร้อมกันบน PlayStation 5, Nintendo Switch 2, Xbox Series X|S รวมถึงพีซีผ่าน Steam, Epic Games Store และ Xbox PC ตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่าย ถือเป็นครั้งแรกที่แฟน ๆ ทุกแพลตฟอร์มจะได้เล่นเกมพร้อมกันโดยไม่ต้องรอคอยพอร์ตเพิ่มเติมในภายหลัง
การมาถึงของ Nintendo Switch 2 ในรายชื่อแพลตฟอร์มยังถือเป็นเรื่องน่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่เกมระดับ AAA ขนาดใหญ่ในไตรภาคนี้จะลงเครื่อง Nintendo ตั้งแต่วันเปิดตัว สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านฮาร์ดแวร์ของ Switch 2 ที่แข็งแกร่งกว่ารุ่นก่อนมาก จนสามารถรองรับเกมโลกเปิดขนาดใหญ่แบบนี้ได้
ทำไม Square Enix ถึงเปลี่ยนกลยุทธ์
แม้ Square Enix จะไม่ได้ให้เหตุผลอย่างเป็นทางการเบื้องหลังการเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งนี้ แต่นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเกมหลายคนมองว่าน่าจะเป็นผลมาจากการที่ยอดขายของ REBIRTH บนพีซีที่วางจำหน่ายล่าช้ากว่า PS5 หลายเดือน ทำให้บริษัทเสียโอกาสทางรายได้จำนวนมาก การวางจำหน่ายพร้อมกันทุกแพลตฟอร์มจึงเป็นการเพิ่มโอกาสทางยอดขายให้สูงสุดตั้งแต่สัปดาห์แรก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเกมมีการแข่งขันสูงและต้นทุนการพัฒนาเกม AAA พุ่งสูงขึ้นทุกปี


